red tibetan

ตามปกติ ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ก็เป็นสุนัขพันธ์ซึ่งมีราคาแพงมากๆ อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นสุนัขหายากสายพันธุ์โบราณ ทางประเทศจีนเองก็ทำการอนุรักษ์ไว้เป็นดังเช่นสมบัติของประเทศอย่าง แพนด้า ห้ามส่งออก รวมถึงสามารถผสมพันธุ์ได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น คือเดือนพฤศจิกายน แต่ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยได้นำมาเพาะพันธ์เรียบร้อยแล้ว โดยทั่วไปทิเบตัน มาสทิฟฟ์ จะมีราคาอยู่ที่ตัวล่ะ 70,000 – 245,000 บาท หรือถ้ายิ่งพ่อพันธ์ – แม่พันธ์สวยราคาก็อาจพุ่งสูงขึ้นไปถึงหลักล้าน ส่วนสีขนมีก็ทั้งสีขาว , ครีม , ทอง , แดง , น้ำตาล ต่อมาในปี 2011 มีข่าวรายงานถึงการซื้อขายทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ขนสีแดงราคาสูงถึง 50 ล้านบาทเลยทีเดียว

ทั้งนี้รายงานข่าวระบุว่า ผู้ซื้อซึ่งเป็นเศรษฐีชาวจีนจะต้องเตรียมสร้างบ้านหลังใหญ่เพื่อให้ ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ขนแดงตัวนี้อาศัยอยู่โดยเฉพาะ เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้เมื่อโตเต็มวัย จะมีน้ำหนักมากถึง 130 กิโลกรัม อีกทั้งต้องเตรียมอาหารจำนวนมากให้มันอย่างเพียงพอในแต่ละมื้อ เพราะด้วยความที่มีร่างกายใหญ่โตทำให้มันกินเยอะตามขนาดตัวด้วยเช่นกัน โดยเจ้าสุนัขตัวนี้มีนามว่า Big splash ถ้านับกันตามสายพันธ์ Big splash จัดเป็นสุนัขที่เป็นการพัฒนาสายพันธุ์ออกมาได้สมบูรณ์แบบมาก จึงทำให้มีราคาสูงเป็นเองปกติ แต่หลายๆ คนก็คงตกใจว่าราคาสูง 50 ล้านเลยทีเดียวหรือ คำตอบคือแน่นอนเพราะทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ในโลกปัจจุบันเป็นหมาสุดแข็งแกร่งที่สามารถรอดมาจากยุคโบราณได้ อีกทั้งยังสามารถสู้กับสิงโต จนฆ่าราชาแห่งป่าได้ด้วย โดยก่อนหน้านี้สุนัขซึ่งมีราคาค่าตัวแพงที่สุด ก่อนภายหลังจะโดน Big splash โค่นลงได้ ก็เป็นสุนัขพันธุ์เรดทิเบตัน มาสทิฟฟ์ เช่นเดียวกัน

นอกจากจะเป็นสุนัขอันมีราคาแพงที่สุดแล้ว สุนัขพันธุ์เรดทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ยังมีเรื่องราวความเป็นมาของตัวมันที่สำคัญมาก เพราะมันเป็นตัวแทนสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ในประเทศจีน อย่างสีขนของมันที่เป็นสีแดง ก็จัดเป็นสีนำโชคของชาวจีน ทำให้ชาวจีนเชื่อว่ามันเป็นสุนัขดึงดูดโชคลาภ มอบความร่ำรวยให้แก่ผู้เลี้ยง รวมทั้งยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้เป็นเจ้าของมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ มีตำนานเล่าสืบกันมาว่า สุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ มีจิตวิญญาณของนักบวชไหลเวียนอยู่ภายใน โดยนักบวชเหล่านี้ยังมีพลังไม่แกร่งกล้าพอที่จะกลับชาติมาเป็นมนุษย์อีกครั้งหรือยังไม่อาจไปอยู่ Shambhala อาณาจักรสวรรค์เลยต้องมาเกิดเป็นสุนัขพันธ์นี้ก่อน นอกจากนี้กษัตริย์องค์สำคัญ ก็ทรงเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นราชินี Victoria, กษัตริย์ George IV หรือแม้แต่ จักรพรรค Genghis Khan เองก็ตาม