Tibetan Mastiff eat

Tibetan Mastiff เป็นสุนัขที่มีลักษณะโดดเด่น แตกต่างจากสุนัขทั่วไป ตัวมีขนาดใหญ่คล้ายกับสิงโต ขนมีสีแดงหนาอัดแน่นฟู ต้นกำเนิดของ Tibetan Mastiff มีถิ่นกำเนิดอยู่เมืองหนาว หากคุณต้องการเลี้ยงมันในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเขตร้อน คุณจะต้องศึกษารวมทั้งมีความเข้าใจในสุนัขพันธ์นี้เป็นอย่างมาก

Tibetan Mastiff เป็นสุนัขมีขนาดของร่างกายใหญ่โต ใกล้เคียงกับ Rottweiler หรือ St. Bernard ส่วน Tibetan Mastiff เป็นสุนัขมีความแข็งแรงมาก กะโหลกศีรษะมีขนาดใหญ่ กล้ามเนื้อแน่น มีขาหน้าใหญ่ บางตัวที่มีจุดสีน้ำตาลเหนือตาทั้งสองข้างชาวทิเบตถือว่าเป็นสัญลักษณ์โชคดี เพราะเปรียบเสมือนเป็นตาวิเศษ เวลา Tibetan Mastiff ยืนหางจะต้องม้วนตลบขึ้นไปหลัง ขนหนาฟู สามารถทนกับสภาพอากาศหนาวเหน็บได้เป็นอย่างดี Tibetan Mastiff มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำตาล สีแดง ส่วนสีราคาแพงที่สุด คือสีขาวหิมะ แน่นอนว่าหายากที่สุดด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อนำ Tibetan Mastiff มาเลี้ยงในประเทศไทยคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของอากาศซึ่งค่อนข้างร้อน ถ้าคุณจะเลี้ยง ต้องเตรียมสถานที่ให้มันอยู่เสียก่อน จำเป็นต้องมีการปรับอุณหภูมิ เนื่องจากสุนัขพันธ์นี้คุ้นเคยแต่อากาศหนาว เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเลี้ยง ก็ต้องทำห้องแอร์ให้มันอีกด้วยหรือถ้าบ้านไหนชอบเปิดแอร์ก็ให้มันเข้ามาอยู่กับเราเลยก็ได้ เพื่อให้มันได้ปรับตัวกับสภาพอากาศ

ต่อมาในเรื่องของอาหารการกิน สุนัขพันธุ์ Tibetan Mastiff จัดเป็นสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ ถ้ามีขนาดโตเต็มที่ จะมีน้ำหนักถึง 80 กิโลกรัม เพราะฉะนั้นผู้เลี้ยงก็ต้องเลือกอาหารอันเปี่ยมไปด้วยคุณภาพรวมทั้งปริมาณพอสมควร จะให้เป็นอาหารเม็ด หรืออาหารกระป๋องก็ดูตามความสะดวก ในแต่ล่ะวันควรให้อาหารประมาณ 4 – 6 ถ้วย โดยแบ่งออกเป็นมื้อย่อยๆ หลายๆ มื้อต่อวัน รวมทั้งต้องให้อาหารเป็นเวลา เพื่อป้องกันการท้องอืดเพราะสุนัขของคุณจะกินอาหารเร็วเกินไป

ปัญหาที่คุณอาจพบในการกินอาหารของ Tibetan Mastiff

  • ชอบลุกมานั่งเฝ้าจานข้าวเมื่อมีคนเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ จาน
  • ผลักจานอาหารออก
  • นำอาหารหรือจานไปฝัง
  • บ่นในขณะที่เอาจานไปเก็บ
  • กลืนอาหารอย่างรวดเร็ว
  • ไม่กินอาหาร เป็นต้น

การแก้เพื่อไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นคือต้องฝึกการกินให้มันตั้งแต่เล็กๆ เพราะถ้ามันเกิดความก้าวร้าวขึ้นมา จะไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ชามอาหารของมันได้เลย สถานการณ์เหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพของสุนัขและอาจทำให้คุณได้รับบาดเจ็บ คุณต้องทำให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลายและเกิดความมั่นใจเมื่อวางอาหารไว้ตรงหน้าของเขา ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสามารถหยิบชามอาหาร ได้โดยไม่ทำให้ Tibetan Mastiff ก้าวร้าว คุณต้องพูดคุยกับ Tibetan Mastiff ในขณะที่เขากินเพื่อให้เขาสบายใจกับการแสดงตนและได้ยินเสียงของคุณ